ชนชั้นปกครองของกรุงศรีอยุธยามีบทบาทในการส่งเสริมศิลปกรรมอย่างไร

1

คำตอบ

  • kratai
  • ผู้ใฝ่รู้
2014-02-09T16:33:41+07:00
 การจัดการปกครองในระยะแรก เป็นการนำเอาลักษณะการปกครองในสมัยสุโขทัย และการปกครองของขอมเข้ามาใช้  ฐานะของพระมหากษัตริย์ได้เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยสุโขทัย คือ  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ  ทรงมีอำนาจสูงสุด ในการปกครอง ซึ่งเรียกว่า  การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์     การจัดระเบียบการปกครองในสมัยอยุธยา แบ่งได้เป็น  2  สมัย  ดังนี้  คือสมัยอยุธยาตอนต้น  (พ.ศ.  1893 - 1991)   มีลักษณะดังนี้การปกครองส่วนกลาง  หรือการปกครองภายในราชธานี  เรียกว่า  การปกครองแบบจตุสดมภ์  มีขุนนาง  4  ฝ่าย ทำหน้าที่ดังนี้กรมเวียง     มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในราชธานีกรมวัง        มีหน้าที่เกี่ยวกับงานพระราชพิธีต่าง ๆกรมคลัง       มีหน้าที่เก็บพระราชทรัพย์ และผลประโยชน์ของแผ่นดินกรมนา         มีหน้าที่ดูแลการทำเรือกสวน ไร่นา  และเก็บเสบียงไว้ใช้ในยามสงครามการปกครองส่วนภูมิภาค  ได้แก่  เมืองที่อยู่นอกราชธานี  โปรดให้เจ้านาย และขุนนางที่ไว้วางพระทัยไปปกครอง  แบ่งเป็น  3  ประเภท  ดังนี้เมืองหน้าด่่าน   ได้แก่  เมืองที่อยู่รอบราชธานีทั้ง  4  ทิศเมืองชั้นใน      ได้แก่  เมืองที่อยู่ไม่ไกลราชธานีมากนักเมืองชั้นนอก    ได้แก่  เมืองที่อยู่ห่างไกลจากราชธานีมากหัวเมืองประเทศราช  ได้แก่  หัวเมืองที่อ่อนน้อม ยอมเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา  โปรดให้เจ้านายพื้นเมืองปกครองกันเอการปรับปรุงการปกครองครั้งใหญ่ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  ได้โปรดให้ปฏิรูปการปกครองครั้งสำคัญ ในปี  พ.ศ.  1991  การปฏิรูปการปกครองดังกล่าวได้ใช้ตลอดมาจนสิ้นสุดสมัยอยุธยาผลการปรับปรุงการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  มีดังนี้คือเปลี่ยนชื่อกรมต่าง ๆ  ของจตุสดมภ์  เป็นดังนี้กรมเวียง  ใช้ชื่อว่า  นครบาลกรมวัง     ใช้ชื่อว่า  ธรรมาธิกรณ์กรมคลัง   ใช้ชื่อว่า  โกษธิบดีกรมนา     ใช้ชื่อว่า   เกษตราธิการโปรดให้แยกงานฝ่ายทหารและพลเรือนออกจากกัน  โดยกำหนดให้สมุหกลาโหมเป็นหัวหน้าฝ่ายทหาร  และสมุหนายก  เป็นหัวหน้าฝ่ายพลเรือนแบ่งหัวเมืองชั้นนอกเป็นเมืองชั้นเอก  โท  ตรี  ตามลำดับการปกครองหัวเมืองประเทศราช  โปรดให้เจ้านายของชนชาตินั้น ปกครองกันเอง  โดยต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาให้ตามลำดับ