คำตอบ

2014-02-16T17:57:47+07:00
 1. ฐาน (Base) เป็นส่วนที่ใช้วางบนโต๊ะ
  2. แขน (Arm) เป็นส่วนเชื่อมตัวลำกล้องกับฐาน
  3. ลำกล้อง (Body tube) เป็นส่วนที่ปลายด้านบนมีเลนส์ตา ส่วนปลายด้านล่างติดกับเลนส์วัตถุ ซึ่งติดกับแผ่นหมุนได้ เพื่อเปลี่ยนเลนส์ขนาดต่างๆ
  4. ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment) ทำหน้าที่ปรับภาพโดยเปลี่ยนระยะโฟกัสของเลนส์ใกล้วัตถุ (เลื่อนลำกล้องหรือแท่นวางวัตถุขึ้นลง) เพื่อทำให้เห็นภาพชัดเจน
  5. ปุ่มปรับภาพละเอียด (Fine adjustment) ทำหน้าที่ปรับภาพ ทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้น
  6. เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens) เป็นเลนส์ที่อยู่ใกล้กับแผ่นสไลด์ หรือวัตถุ ปกติติดกับแป้นวงกลมซึ่งมีประมาณ 3-4 อัน แต่ละอันมีกำลังบอกเอาไว้ เช่น x3.2, x4, x10, x40 และ x100 เป็นต้น ภาพที่เกิดจากเลนส์ใกล้วัตถุเป็นภาพจริงหัวกลับ
  7. เลนส์ใกล้ตา (Eye piece) เป็นเลนส์ที่อยู่บนสุดของลำกล้อง โดยทั่งไปมีกำลังขยาย 10x หรือ 15x ทำหน้าที่ขยายภาพที่ได้จากเลนส์ใกล้วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดภาพที่ตาผู้ศึกษาสามารถมองเห็นได้ โดยภาพที่ได้เป็นภาพเสมือนหัวกลับ
  8. เลนส์รวมแสง (Condenser) ทำหน้าที่รวมแสงให้เข้มขึ้นเพื่อส่งไปยังวัตถุที่ต้องการศึกษา
  9. กระจกเงา (Mirror) ทำหน้าที่สะท้อนแสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟภายในห้องให้ส่องผ่านวัตถุ โดยทั่วไปกระจกเงามี 2 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นกระจกเงาเว้า อีกด้านเป็นกระจกเงาระนาบ สำหรับกล้องรุ่นใหม่จะใช้หลอดไฟเป็นแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งสะดวกและชัดเจนกว่า
 10. ไดอะแฟรม (Diaphragm) อยู่ใต้เลนส์รวมแสงทำหน้าที่ปรับปริมาณแสงให้เข้าสู่เลนส์ในปริมาณที่ต้องการ
 11. แท่นวางวัตถุ (Speciment stage) เป็นแท่นใช้วางแผ่นสไลด์ที่ต้องการศึกษา
 12. ที่หนีบสไลด์ (Stage clip) ใช้หนีบสไลด์ให้ติดอยู่กับแท่นวางวัตถุ ในกล้องรุ่นใหม่จะมี Mechanical stage แทนเพื่อควบคุมการเลื่อนสไลด์ให้สะดวกขึ้น
คำตอบที่ดีที่สุด!
2014-02-16T18:04:14+07:00
กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง จะอาศัยเลนส์นูน 2 อัน
อันที่ 1 เลนส์ใกล้วัตถุ จะสร้างภาพจริงขนาดขยายโดยวางวัตถุไว้ที่ระยะไกลกว่าจุดโฟกัสแต่ไม่ถึง 2 เท่าของความยาวโฟกัส ดังนั้นถ้ามีแหล่งแสงที่มีความเข้มมากพอสามารถใช้ฉากรับภาพขยายนี้ได้เลยครับ (ได้ภาพจริง หัวกลับ ขนาดขยาย)
อันที่ 2 เลนส์ใกล้ตาจะขยายภาพที่ได้จากเลนส์ใกล้วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกที โดยขยายเหมือนกับแว่นขยาย (สุดท้ายได้ภาพเสมือนหัวกลับ ขนาดขยายมากขึ้น)

แต่กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงมีข้อจำกัด คือขยายวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่าความยาวคลื่นแสงไม่ได้ เพราะคลื่นจะสะท้อนได้ก็ต่อเมื่อวัตถุที่คลื่นไปกระทบมีขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่าความยาวคลื่นเท่านั้น 
ดังนั้นเมื่อมีความรู้เกี่ยวกับคลื่นอิเล็กตรอนที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าคลื่นแสงหลายหมื่นเท่าจึงเป็นที่มาของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
แต่ถ้าเป็นกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนจะใช้คลื่นอิเล็กตรอนแทรคลื่นแสง ดังนั้น เลนส์ที่ใช้จะเป็นเลนส์แม่เหล็กไฟฟ้า
กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมี 2 ประเภทคือแบบส่องผ่าน กับแบบส่องกราด
ปัจจุบันมีการเทียบส่วนของภาพและใส่สีลงไปให้เกิดความสวยงามแก่ภาพที่ขยายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนได้ด้วยครับ