คำตอบ

2014-02-16T18:41:10+07:00
ปฏิกิริยาดิน (soil reaction) แสดงได้ด้วยค่าความเป็นกรด - เิบส ของดิน (soil pH) ดินที่มีไฮโดรเจนไอออน (H+) อยู่ในปริมาณสูง จะทำให้ดินมีสภาพเป็นกรด  ส่วนดินที่มีธาตุประจุบวกที่เป็นเบส (เช่น แคลเซียม  แมกนีเซียม  โพแทสเซียม และโซเดียม) อยู่ในปริมาณสูง  จะทำให้ดินมีสภาพเป็นเบสหรือเป็นดินด่าง

pH  ของดินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย  เช่น
-  ชนิดของวัตถุต้นกำเนิดดิน
 ดินเกิดจากการสลายตัวผุพังของหินและแร่ธาตุที่เป็นวัตถุต้นกำเนิดดิน เป็นพวกที่มีแร่ธาตุพวกโลหะ  เช่น  ธาตุเหล็ก  ธาตุสังกะสี  ธาตุแมงกานีส  ธาตุอะลูมีเนียม  เมื่อผุพังสลายตัวกลายเป็นดิน  จะทำให้ดินส่วนใหญ่เป็นกรด  ส่วนหินและแร่ที่มีธาตุพวกแคลเซียม  แมกนีเซียม  โซเดียม  โพแทสเซียม เมื่อสลายตัวกลายเป็นดินแล้วมักจะไม่เป็นดินกรด
-   ลักษณะทางเคมีของน้ำฝนหรือน้ำที่ไหลซึมชะผ่านชั้นดิน  โดยน้ำที่ว่าไม่ว่าจะเป็นน้ำฝนหรือน้ำชลประทาน  เมื่อไหลซึมผ่านลงไปในดิน  น้ำจะละลายเอาธาตุที่เป็นด่าง  ได้แก่  ธาตุแคลเซียม  แมกนีเซียม  โซเดียม  และโพแทสเซียม  ออกไปจากดินทำให้ดินเป็นกรดได้
-   กิจกรรมของสิ่งมีชีวิตในดิน  ทั้งพืช   สัตว์  และจุลินทรีย์
-   การใช้ประโยชน์และการจัดการที่ดิน  เช่น  การใส่ปุ๋ยพวกที่มีแอมโมเนียและซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบอยู่  เช่น  ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต  แอมโมเนียมไนเตรทลงไปในดินนาน ๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดินเป็นกรดได้


pH  ของดินเป็นดัชนีบ่งชี้ลักษณะทางเคมีและความอุดมสมบูรณ์ของดิน  โดยมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมการแตกตัวของสารประกอบต่าง ๆ ในดิน  และความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชในดิน  โดยเมื่อ pH  ของดินเพิ่มขึ้นหรือลดลง  จะทำให้ระดับความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชในดินเปลี่ยนแปลงไป  โดยธาตุอาหารเหล่านั้นจะละลายออกมาจากดินได้น้อยลง  ทำให้พืชขาดธาตุอาหารนั้น ๆ pH ของดิน ยังมีผลต่อการแตกตัวของสารมลพิษในดิน  และกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน  โดยการย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินจะเกิดได้ดีเมื่อดินมี pH เป็นกลาง (pH 6-8)  เมื่อ pH มีค่าต่ำกว่า 5.5 กิจกรรมของจุลินทรีย์ในดินจะลดลง  ขณะที่เชื้อรายังสามารถทนได้  เป็นต้น

พืชแต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่า pH แตกต่างกันไป  ซึ่งบางครั้งเกษตรกรจำเป็นต้องใส่วัสดุปรับปรุงดิน  เพื่อปรับปรุงให้ดินมีค่า pH เหมาะสมกับพืชที่ต้องการจะปลูก นอกจากนี้ pH ของดินยังมีผลต่อ pH ของน้ำใต้ดินและน้ำผิวดิน  เช่น  ลำน้ำหรือทะเลสาบที่อยู่ใกล้เคียงด้วย


อินทรียวัตถุในดิน

อินทรียวัตถุ  คือ  เศษซากพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อย  ผุพัง  ย่อยสลาย  เป็นแหล่งที่ให้ธาตุอาหารพืชบางชนิด  เช่น  ไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และกำมะถัน  อินทรียวัตถุยังทำหน้าที่ดูดซับธาตุอาหารพืชและความชื้นไว้ในดิน  ดินในพื้นที่ป่าไม้มักมีปริมาณอินทรียวัตถุมากกว่าดินที่ถูกเปลี่ยนแปลงและนำมาใช้ประโยชน์แล้ว และดินชั้นบนมักมีปริมาณอินทรียวัตถุมากกว่าดินชั้นล่าง
การใส่อินทรียวัตถุให้แก่ดินจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพ  เช่น  โครงสร้างดิน  ความสามารถในการอุ้มน้ำ  ระบายน้ำ  และการถ่ายเทของอากาศ  รวมทั้งคุณสมบัติทางเคมี  เช่น  ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกของดิน และแหล่งให้ธาตุอาหารพืช  เป็นต้น
  • poom203
  • ผู้ใฝ่รู้
2014-02-16T19:32:19+07:00
ดินฝาดเติม S ได้ H2SO4(กรดซัลฟิวริก) เติม Na2SO3 (โซเดียมซัลไฟต์) ได้เป็น Na2SO4 แล้วชะออกด้วยน้ำ